TH     ENG     JP     CN

สาระน่ารู้


ผู้บริหาร 4 แบบ

ผู้บริหาร 4 แบบ
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
ช่วงนี้มีคนถามผู้เขียนหลายคนเกี่ยวกับแบบของผู้บริหารซึ่งก็บังเอิญเป็นคำถามที่มีวัตถุประสงค์แตกต่างกันมากเนื่องจากบางท่านอยากได้ผู้บริหารในระบบราชการ บางท่านอยากได้ผู้บริหารแบบรัฐมนตรี บางท่านอยากได้ผู้บริหารแบบรัฐวิสาหกิจ บางท่านอยากได้ผู้บริหารแบบแบบธุรกิจเอกชน ที่หนักหนาสาหัสก็คือต้องการผู้บริหารสมาคมการกุศลหรือสมาคมกีฬาและบริหารแรงงานเข้าไปโน่น ซึ่งผู้เขียนก็จนด้วยเกล้าอธิบายไปจนตัวเองมึน จึงไปเรียนถามหลักการจากท่านราชบัณฑิตเสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ ทำนองถามต่อนั่นแหละครับ ท่านก็กรุณาอธิบายหลักให้ดังนี้ครับ
แบบของผู้บริหารอาจจำแนกได้หลายอย่าง ในที่นี้จะแยกตามบทบาทที่ผู้บริหารแสดงในการบริหารหน่วยงานที่เขารับผิดชอบ ผู้บริหารออกเป็น 4 แบบดังนี้
1. แบบพนักงานขับรถไฟ
รถไฟมีตารางเวลาในการวิ่ง และจะต้องวิ่งตามราง พนักงานขับรถไฟจึงมองเห็นบทบาทของตนเองว่าตนจะต้องขับรถไฟไปตามรางให้ดีที่สุดและเป็นไปตามตารางเวลาการเดินรถ เมื่อขับรถไม่ชนอะไร รถก็วิ่งได้เรียบและถึงปลายทางตามกำหนดเวลา เขาก็จะเป็นผู้ที่ทำงานมีประสิทธิภาพ พนักงานขับรถไฟจะไม่สงสัยหรือมีปัญหากับรางรถไฟหรือตารางเวลาเดินรถ รู้แต่เพียงว่าจะต้องขับรถไปตามรางและออกรถตามเวลากำหนด
พนักงานขับรถไฟเป็นผู้ดูแลและเป็นผู้ปฎิบัติในระบบที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ปัญหาของพนักงานขับรถไฟก็คือ อะไรที่มาทำให้รถไฟเสียเวลา ถ้าเขาไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง เขาก็จะขอให้คนอื่นช่วย ถ้าหากรถไฟเสียเวลาต้องออกช้ากว่ากำหนด เมื่อมีผู้กำหนดเวลาใหม่ในการออกรถ เขาก็พยายามออกรถตามเวลาที่กำหนดใหม่นี้ โดยพยายามทำให้ดีที่สุด
ในองค์การขนาดใหญ่หรือในระบบราชการ ผู้บริหารหลายคนคาดเดาว่าตนเองจะต้องบริหารงานตามแบบพนักงานขับรถไฟ คือปฏิบัติตามและปฏิบัติให้ดีที่สุดในภารกิจที่มอบหมายให้ทำ โดยอาจไม่จำเป็นต้องมีความคิดสร้างสรรค์ใดๆ ทำตามที่เขาบอกให้ทำ ผู้บริหารประเภทนี้เมื่อได้รับการเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น เลื่อนไปสู่ตำแหน่งที่จะต้องบอกให้คนอื่นทำมักจะเกิดปัญหายากยิ่ง เพราะความสำเร็จที่ตนเองเคยมีนั้นเป็นความสำเร็จของการทำงานตามสั่งหรือตามที่คนอื่นเขาบอก
องค์การที่ยอมให้ผู้บริหารปฏิบัติงานแบบพนักงานขับรถไฟ ก็อาจด้วยเหตุผลสองประการประการแรก มีความเชื่อว่าหน่วยงานของตนมีระบบที่ถูกต้องสมบูรณ์ไม่จำเป็นจะต้องปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ ประการที่สอง มีความคิดว่าสมาชิกขององค์การจะทนไม่ได้ถ้าผู้บริหารต้องตัดสินใจ แสวงหาโอกาส นำการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ มาสู่หน่วยงาน
2. แบบแพทย์
แพทย์ เป็นผู้แก้ปัญหา รักษาการเจ็บป่วยของคนไข้ แพทย์ไม่เหมือนกับพนักงานขับรถไฟ แพทย์ไม่ได้กำกับควบคุมร่างกายของคนไข้ เหมือนกับพนักงานขับรถไฟควบคุมรถไฟ ความสำเร็จของแพทย์ก็คือ การเห็นคนไข้แข็งแรงมีสุขภาพดี ความสำเร็จของผู้บริหารแบบนี้ก็คือการ
เห็นหน่วยงานของตนเองไม่มีปัญหาผู้บริหารแบบนี้มักจะต้อง หาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับองค์การ มองหาอาหารต่างๆ ที่เป็นปัญหาขององค์การเช่น การเงิน การปฏิบัติ ผลผลิต ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นต้น เมื่อใดพบอาการที่จะทำให้เกิดปัญหาจะรีบดำเนินการรักษาหรือแก้ไขทันที ถ้าตราบใดที่คนไม่เจ็บป่วยหรือไม่เกิดปัญหาในองค์การ แพทย์หรือผู้บริหารแบบนี้ก็จะมีความสุข
“การที่ผู้ป่วยหายป่วย” กับ “การไม่เจ็บป่วย” เป็นความสำเร็จที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกันกับ “องค์การดำเนินไปด้วยความราบรื่น” กับ “ไม่มีปัญหาในองค์การ” ก็เป็นความสำเร็จที่ไม่เหมือนกัน ต่างคนต่างมองเห็นความสำเร็จขององค์การในลักษณะที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับการแปลความหมายของคำว่า “สำเร็จ”
โดยธรรมชาติแล้วผู้แก้ปัญหาจะไม่ใช่ผู้แสวงหาโอกาส แม้ว่าจะใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆนานาในการแก้ปัญหาก็ตาม
3. แบบชาวนา
ชาวนามีจิตมุ่งที่จะเพิ่มผลผลิตหรือผลิตข้าวให้ได้มากที่สุดในท้องนาที่ตนทำ เขาอาจนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ท้องนาที่เขาทำ โดยเปลี่ยนพันธุ์ข้าว เปลี่ยนหรือเพิ่มปุ๋ย หรือนวดข้าวให้มีประสิทธิภาพแต่เขาจะไม่คิดอะไรนอกเหนือจากท้องนาที่เขาทำ
ชาวนาเป็นผู้ปฎิบัติ เป็นผู้เฝ้ารอและแสวงหาโอกาส ถ้าโอกาสเขาดี ฝนตกตามฤดูกาล ข้าวมีราคา เขาก็ประสบความสำเร็จ
ผู้บริหารแบบชาวนานั้นจะเต็มใจแสวงหาโอกาส แต่อยู่ภายในขอบเขตที่กำหนด จะไม่เปลี่ยนทิศทางง่ายๆ เหมือนกับเจ้าของภัตตาคารจีน ซึ่งจะมุ่งคิดถึงการปรับปรุงอาหารโต๊ะจีน จะไม่มีทางนึกถึงอาหารแบบฟาสท์ฟูดสมัยใหม่
4. แบบชาวประมง
ชาวประมงทำงานด้วยความเสี่ยง ไม่มีพื้นนาเป็นของตัวเอง ไม่มีอะไรที่จะเป็นหลักประกันได้ว่าเมื่อออกไปหาปลาแล้วจะได้ปลากลับมา เมื่อออกไปพร้อมกับเครื่องมือจับปลา และความหวังว่าจะทำให้ดีที่สุด ชาวประมงจึงเป็นผู้แสวงหาโอกาสอย่างแท้จริง
ชาวประมงเป็นผู้เสี่ยงโชคแต่ไม่ได้เสี่ยงโชคเหมือนนักการพนัน ชาวประมงมีทักษะ มีประสบการณ์และมีเครื่องมือ ด้วยสิ่งทั้งสามนี้ทำให้ความไม่แน่นอนลดลงไป เพิ่มความแน่นอนของโอกาสที่จะได้ปลามากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการประสบความสำเร็จในการจับปลาต่างๆ มากกว่าการหลงเข้าไปในดงของฝูงฉลามร้าย
จะเห็นได้ว่าชาวประมงแตกต่างจากชาวนา ชาวนามีนาที่จะทำและมีความพยายามที่จะทำนาให้ผลดีที่สุด โดยไม่ต้องไปเสี่ยงหรือแสวงหาโอกาสอะไรนอกผืนนาที่ทำ ถ้าไม่มีนาก็คงไม่มีโอกาสที่เป็นชาวนาที่ดีหรือที่เก่ง ในกรณีของชาวประมงนั้นไม่มีคลอง ไม่มีแม่น้ำ หรือมีทะเลเป็นของตัวเองมีแต่ความสามารถที่จะทำงานให้ได้ดีที่สุด หากพิจารณาในเชิงการบริหารจะเห็นว่า ผู้บริหารแบบชาวนาเน้นที่ผลผลิตหรือการตลาด ผู้บริหารแบบชาวประมงเน้นการพัฒนาทักษะ และเทคนิคในการทำงาน และพร้อมที่จะทำงานได้เมื่อมีโอกาส
ทัศนคติของผู้บริหารทั้งสี่แบบมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจสรุปได้ดังนี้
ผู้บริหารแบบพนักงานขับรถไฟ:
ให้ข้าพเจ้าทำดีที่สุดในงานที่ได้รับมอบหมายภายในระบบที่สร้างขึ้นอย่างมั่นคงแล้วผู้บริหารแบบแพทย์:
ให้ข้าพเจ้ารักษาระบบให้ดี ให้ทำงานอย่างดีและปราศจากปัญหา โดยการค้นหาปัญหาและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
ผู้บริหารแบบชาวนา:
ให้ข้าพเจ้าทำให้เกิดผลผลิตสูงสุดเท่าที่สามารถจะทำได้ ด้วยการปฏิบัติภารกิจภายในขอบเขตที่กำหนดให้
ผู้บริหารแบบชาวประมง:
ให้ข้าพเจ้าไปอยู่ในตำแหน่งที่จะสามารถมองเห็น และสามารถติดตามโอกาสต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
ครับ ! เชิญท่านผู้อ่านที่เคารพเลือกผู้บริหารเอาตามใจชอบเถอะครับ แต่ดูเหมือนว่าพวกเราคงจะหนีชาวประมงไม่พ้นกระมังครับ เนื่องจากเมืองไทยเรามีพื้นที่ติดกับมหาสมุทรตั้งสองมหาสมุทร หากไม่ลงไปที่มหาสมุทรแปซิฟิกก็ต้องลงที่มหาสมุทรอินเดียนั่นแหละ

-------------------------------------------------------------

ขอบคุณที่มา https://m.facebook.com/notes/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97-%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B9%8C/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3-4-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A/971785706245949/

Top
Top