http://www.kwan-riamfloatingmarket.com
เปิดทำการเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลา 6.00 น. ถึง 18.00 น.
ตักบาตรพระทางน้ำเวลา 7.30 น. ถึง 8.00 น.
ปกิณกะ : เรื่อง ชา ชา

ถ้าพูดถึงเรื่องชาแล้วใครๆก็ต้องรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นชาร้อน ชาเย็น ชาเขียว ชาชัก หรือแม้แต่ชาเออเกรย์ ชาอู่หลง

 

เฒ่าพเนจร ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ    แต่ชา ที่เฒ่าพเนจรจะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องหลายปี ก่อนเฒ่าพเนจรได้ เดินทางไปยังประเทศโปรตุเกส สัมผัสปลายแหลมสุดท้ายทางตะวันตกของยุโรป สายลม แอตแลนติกที่ เคยพัดส่งใบเรือของ  วาสโก ดากามา (คลิก)ให้ผ่านปลายแหลมกู๊ดโฮป (คลิก) ของทวีปแอฟริกา (คลิก) เพื่อค้นหาเส้นทางการเดินเรือไปอินเดีย

     
อนุสาวรีย์การเดินเรือโปรตุเกส (คลิก)   เรือคาราเวล ของโปรตุเกส (คลิก)

ฝ่าคลื่นแรง ลมจัดของมหาสมุทรแอตแลนติก  เฒ่าพเนจรออกเดินทางจากสเปน ไป โปรตุเกส โดยสายการบินโปรตุเกส


ทันทีที่เครื่องบินไต่ระดับสู่เพดานบิน  แอร์โฮสเตสเริ่มทำหน้าที่เสิร์ฟเครื่องดื่มและอาหารให้ผู้โดยสาร แอร์โฮสเตสท่านหนึ่งถือเยือกน้ำร้อน อยู่ในมือสองข้าง พลางพูดว่า “ชา กาแฟ” พร้อมกับ หันมายิ้มกับผู้โดยสาร ซ้ายทีขวาที ตั้งแต่ตอนหน้าของเครื่อง จนผ่านมาถึงตรงกลางของเครื่องที่เฒ่าพเนจรนั่งอยู่และหันกลับมา ยิ้มกับเฒ่าพเนจรพร้อมพูดว่า “ชา กาแฟ” เฒ่าพเนจรก็ตอบกับไปว่า “กาแฟ” เธอก็รินกาแฟให้ พร้อมส่งสายตาเป็นเชิงถาม ต้องการนมและ น้ำตาล หรือไม่ แต่เฒ่าพเนจรยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ อดคิดไม่ได้ว่า องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของโปรตุเกส ช่างให้ความสำคัญ กับนักท่องเที่ยวทุกชาติ ทุกภาษาไม่เว้นแม้กระทั้ง “ภาษาไทย” โอ้แม่เจ้าเมื่อไหร่ “สารขัณฑ์” (คลิก) จะเป็นแบบนี้ เธอเดินผ่านไปยังตอนท้าย ของเครื่องแต่ก็ยังพูดว่า “ชา กาแฟ” และเดินกลับมายัง ตอนหน้าของเครื่องปากรูปกระจับก็พูดว่า “ชา กาแฟ” เอ๊ะ มันชักจะยังไง แล้วสิ หลังจากลงจากเครื่องแล้ว เฒ่าพเนจรไม่ทิ้งความสงสัย จึงได้สอบถามหลานไกด์ที่ไปด้วย  ว่าทำไมเขาพูดภาษาไทยได้ ไกด์บอกว่าเปล่า “เขาพูดภาษาโปรตุเกส”เฒ่าพเนจรเลยถามกลับไปว่า“ชา (คลิก)  กาแฟ (คลิก)” นั้นเหรอ ไกด์จอมกวนหันหน้ามาตอบนั้นแหล่ะ ครับลุง

 

เหมือนคำว่า บาส บอล ศิวิไลซ์ โชว์ ลิฟท์ ทุเรศ (too late) ก็ไม่ใช่ภาษาไทยด้วยนะลุง  ตายหก! เฒ่าพเนจรพึ่งคิดได้ว่าชาวโปรตุเกสเข้ามาตั้ง “สมัยอยุธยา เมื่อ พ.ศ.2054”

 

เรารับวัฒนธรรมจากยุโรป มานานมากแล้วเกือบลืมไป กล่าวโดยเฉพาะ “ชา” เป็นพืชที่ไม่ได้ปลูกในยุโรป แต่คนยุโรปโดยเฉพาะคนอังกฤษ นิยมบริโภคมาก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ “ชา”นี่แหล่ะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ก่อให้เกิด สงครามประกาศอิสรภาพ อาณานิคม ระหว่างอังกฤษ กับอเมริกา (คลิก)”  ชาวอาณานิคมอเมริกัน มีความโกรธแค้น รัฐบาลอังกฤษมาก ที่เก็บภาษีสินค้าอเมริกันสูงมาก แต่ปล่อยให้  บริษัท อิสต์ อินเดีย ของอังกฤษขายชาปลอดภาษีผูกขาดในอเมริกา ทำให้บริษัทของอเมริกาต้องปิดกิจการเป็นจำนวนมาก และเมื่อเรือบรรทุก “ชา” ของอังกฤษ 3ลำ เทียบท่าเรือบอสตัน ชาวอเมริกันที่โกรธแค้นก็ปลอมตัวเป็นอินเดียแดง บุกเรือขนชาของอังกฤษ แล้วนำใบชาทิ้งลงทะเล(เรียกว่าบอสตัน ทีปาร์ตี้) (คลิก)


(
Boston tea Party) (คลิก)

อังกฤษได้ส่งกำลังทหารเข้าไปในบอสตัน เกิดการต่อสู้อย่างรุนแรง ระหว่างอังกฤษเจ้าอาณานิคม กับคนอเมริกัน  สงครามประกาศอิสรภาพก็เริ่มขึ้นเหตุเพราะ “เจ้าชาตัวเล็กๆนี้เอง” แต่ผลของสงครามที่ชาเป็นต้นเหตุ นั้นยิ่งใหญ่เหลือคณานับ ฝ่ายอเมริกาชนะอังกฤษ และประกาศอิสรภาพไม่ขึ้นต่อ จักรวรรดิอังกฤษ มี“คำประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา (คลิก)” ประโยคหนึ่งที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ร่างโดย ทอมัส เจฟ เฟอร์สัน (Thomas Jafferson) (คลิก) และถือเป็นปรัชญาในการดำรงชีวิตของชาวอเมริกันจนถึงทุกวันก็คือ

 

We hold these truths to be self-evident, that all men are created equal, that they are endowed by their Creator with certain unalienable Rights, that among these are Life, Liberty and the pursuit of Happiness”…
 (เราถือว่าความจริงต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ประจักษ์แจ้งอยู่ในตัวเอง นั่นคือมนุษย์ทุกคนถูกสร้างขึ้นมาอย่างเท่าเทียมกัน และพระผู้สร้างได้มอบสิทธิบางประการที่จะเพิกถอนมิได้ไว้ให้แก่มนุษย์ ในบรรดาสิทธิเหล่านั้นได้แก่ ชีวิต เสรีภาพ และการแสวงหาความสุข)
อุ๊แม่เจ้า ในตลาดน้ำขวัญ เรียม ก็มี “ชาชัก”ขาย คงไม่เกี่ยวกับสงครามประกาศอิสรภาพของอเมริกา แต่เกี่ยวกับสงครามทางการค้า เนื่องจาก “ชาชัก ร้านขอบคุณ สตูล” ที่ขายอยู่ในตลาดน้ำขวัญ เรียม ได้รับรางวัลชนะเลิศในอาเซียน

 

นอกจากรสชาติที่เข็มข้นแล้ว ลีลาการชงชาก็เหลือหลาย บางครั้งก็ช็อค และชาความรู้สึกไปเหมือนกัน เมื่อคนชงชา หมุนรอบตัวเองหลายรอบ สมองของคนดู คนชงชามึนงง เพราะกินชาชง ชงปปช.  พธม.  กปปส.  กกต.  ศอ.รส.  กอ.รส.  นปช.  ศรส.  ปชป. ศรช.   ชงรวบอำนาจไม่เป็นสากล แล้วหมุนหมุน เป็นวงวง ชงไปชงมา หรือสังคมไทยกำลังจะ “เข้าปีชง”