http://www.kwan-riamfloatingmarket.com
เปิดทำการเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลา 6.00 น. ถึง 18.00 น.
ตักบาตรพระทางน้ำเวลา 7.30 น. ถึง 8.00 น.
ประวัติบุคคล : ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา

ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา นามปากกา ไม้ เมืองเดิม

ประวัติ

ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา เกิดเมื่อ วันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเส็ง (ตรงกับวันที่ 16 มิถุนายน) พ.ศ. 2448 ที่ ต. วัดมหรรณพ์ กรุงเทพมหานคร เสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2485 รวมอายุได้ 37 ปี จบการศึกษาที่ โรงเรียนวัดราชบพิธ และโรงเรียนวัดบวรนิเวศ
พ.ศ. 2465 รับราชการสังกัดกรมบัญชาการมหาดเล็ก
พ.ศ. 2469 ลาออกจากราชการ เพื่อจะทำงานส่วนตัวแต่ไม่ได้เป็นตามที่คาดหวัง กลายเป็นคนว่างงานและเริ่มดื่มสุราจนติดเป็นนิสัย
พ.ศ. 2478 เริ่มต้นชีวิตนักประพันธ์ โดยเอาประสบการณ์ชีวิตของตนเองมาเขียน ชื่อ "เรือโยงเหนือ" แต่ไม่มีสำนักพิมพ์ใดสนใจจัดพิมพ์ให้ แต่ด้วยใจรัก จึงเขียนขึ้นอีกเรื่อง ชื่อ " ห้องเช่าเบอร์ 13 " ก็ได้รับการปฏิเสธจากผู้พิมพ์จำหน่ายอีก คุณเหม เวชกร ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทได้ลาออกจากสำนักพิมพ์ "เพลินจิตต์" และมาตั้งสำนักพิมพ์เองออกหนังสือเป็นรายวัน ใช้ชื่อหนังสือว่า "คณะเหม" ส่วนก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นนักเขียนประจำสำนักงาน และ ได้เขียนเรื่อง "ชาววัง" โดยใช้นามปากกา "กฤษณะ พึ่งบุญ"
พ.ศ. 2479 ได้พิมพ์จำหน่ายนวนิยายเรื่อง "แผลเก่า" โดยใช้นามปากกาใหม่ว่า "ไม้ เมืองเดิม" โดยเฉพาะเรื่อง "ขุนศึก" เป็นนวนิยายไทยแท้ที่ยาวที่สุดเป็นผลงานชิ้นสุดท้าย

ผลงาน

แผลเก่า แสนแสบ หมื่นซ่อง เสื้อข้าม ล้างบาง หงสาพ่าย เกวียนหัก สำเภาล่ม เสือบาง บางระจัน สาวชะโงก บึงขุนสร้าง คุ้งเผาถ่าน แม่หม้าย กลางเพลิง ศาลเพียงตา ชายสามโบสถ์ ค่าน้ำนม คนละถิ่น หน้าไถ ข้าเก่า สินในน้ำ สองศึก เสือทุ่ง นางถ้ำ รอยไถ โป๊ะล่ม นางห้าม บ้านนอกเข้ากรุง ข้าหลวงเดิม อ้ายขุนทอง ศึกกระทุ่มลาย หนามยอกหนามบ่ง เรือเพลง-เรือเร่ ทหารเอกพระบัณฑูร กระท่อมปลายนา และขุนศึก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki/ไม้_เมืองเดิม

 

ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา นักเขียนนวนิยายลูกทุ่ง เจ้าของนามปากกา "ไม้ เมืองเดิม" ผลงานที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ "แผลเก่า" และ "ขุนศึก" เป็นผู้นำการใช้ภาษาลีลาลูกทุ่งมาใช้ในการเขียนนวนิยายแนวนี้

กำเนิด
เกิดเมื่อวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๔๘ ที่ตำบลวัดมหรรณพ์ กรุงเทพฯ เป็นบุตรคนที่ ๓ ในจำนวน ๕ คนของ ม.ล.ปลี และ ม.ล.แสง พึ่งบุญ

การศึกษา
เริ่มเรียนหนังสือครั้งแรกที่โรงเรียนประถมวัดมหรรณพาราม แล้วได้ไปศึกษาต่อที่โรงเรียนมัธยมวัดราชบพิธ ภายหลังไปจบการศึกษาที่โรงเรียนมัธยมวัดบวรนิเวศ


ประวัติการงาน
เริ่มเข้ารับราชการอยู่ในสังกัดกรมบัญชาการมหาดเล็ก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๕ ต่อมาอีก ๓-๔ ปี บิดาถึงแก่กรรม ครอบครัวย้ายไปเช่าห้องแถวอยู่ใกล้ๆ วัดสระเกศ จึงได้ลาออกจากราชการเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ เพื่อจะทำงานส่วนตัว แต่มิได้เป็นไปตามที่คาดหวัง กลายเป็นคนว่างงาน จึงได้เที่ยวเตร่อย่างอิสรเสรี โดยเฉพาะในท้องถิ่นชนบทห่างไกล คบเพื่อนฝูงมากและเริ่มดื่มสุราจนติดเป็นนิสัย เมื่อเร่ร่อนอยู่ราว ๙ ปีเศษได้กลับไปใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง มีครอบครัวอยู่แถวๆ หลานหลวง ประกอบด้วยมารดาตนเอง ภรรยาชื่อเติม กับลูกสาวคนหนึ่งชื่อศรีสุภรณ์ และเนื่องจากเคยเป็นนักอ่านหนังสือมามาก ปลายปี พ.ศ. ๒๔๗๘ จึงได้เริ่มต้นชีวิตนักประพันธ์ โดยนำเอาประสบการณ์ชีวิตของตัวเองมาเขียนเรื่อง "เรือโยงเหนือ" แต่ไม่มีสำนักพิมพ์ใดสนใจจะพิมพ์ให้ ด้วยใจรักจึงอุตสาหะเขียนเรื่อง "ห้องเช่าเบอร์ ๑๓" ขึ้นมาอีก ซึ่งก็ได้รับการปฏิเสธจากผู้พิมพ์จำหน่ายอีก สร้างความสะเทือนใจจนแทบจะเลิกเป็นนักเขียน เหม เวชกร ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเกิดความสงสาร และอยากให้เพื่อนเป็นนักประพันธ์อาชีพบ้าง จึงลาออกจากสำนักพิมพ์ "เพลินจิตต์" มาตั้งสำนักพิมพ์ของตนเองออกหนังสือเป็นรายวันใช้ชื่อหนังสือว่า "คณะเหม" โดย เหม เวชกร เป็นบรรณาธิการ และรวบรวมพรรคพวกมาร่วมงาน เช่น โพยม บุณยศาสตร์ (พาณี) เป็นผู้จัดหน้า จัดรูปเล่ม และหาแจ้งความโฆษณา กิ่ง พึ่งบุญ ณ อยุธยา น้องชายคนเล็กของก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา ทำหน้าที่พิสูจน์อักษร ซึ่งภายหลังได้เป็นนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งใช้นามปากกาว่า "สุมทุม บุญเกื้อ" ส่วนก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นนักเขียนประจำสำนักงาน และได้เขียนเรื่อง "ชาววัง" ให้แก่สำนักพิมพ์ใหม่นี้ ใช้นามปากกาว่า "กฤษณะ พึ่งบุญ" แต่เมื่อ "ชาววัง" พิมพ์จำหน่ายปรากฏว่าเกิดปฏิกิริยาไม่พอใจจากผู้อ่านสตรีเป็นอันมากที่เสนอข้อเท็จจริงตรงไปตรงมาจนเข้าทำนองเสียดสี ทำให้ภาพลักษณ์ของสตรีไทยโดยเฉพาะชาววังเสียหาย แต่ เหม เวชกร ก็ยังปลอบโยนให้อยู่ในคณะต่อไป และในระยะที่กำลังอยู่ในช่วงแสวงหาแนวทางการเขียนใหม่ๆ อยู่นั้น ได้มีผู้ตั้งโครงเรื่องให้แล้ววาน ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นผู้เขียน โดยใช้นามปากกาเจ้าของเรื่องเดิมคือ "ฮ.ไพรวัลย์" ปรากฏว่าเรื่องนั้นมีผู้อ่านพอใจมาก

ต่อมา เหม เวชกร ได้ขอให้ ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา ลองวางแนวการเขียนเรื่องทำนองฝากสถานที่ดูบ้าง และได้ยกเอาเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งเขียนโดยมีสถานที่จริงอยู่มาเปรียบเทียบให้ฟัง ดังที่ เหม เวชกร ได้เขียนเล่า "จากย่ามแห่งความทรงจำ" ไว้ใน "ฟ้าเมืองไทย" ฉบับปฐมฤกษ์ ตอนหนึ่งว่า

...พอดีเวลานั้นจวนค่ำแล้ว ตาผมเหลือบไปเห็นชายทุ่งไกลโพ้น มีกระต๊อบเล็กๆ จุดตะเกียงมีแสงริบหรี่ ผมจึงชี้ให้เขาดูและพูดว่า เอ็งลองคิดดูซิว่า กระต๊อบเล็กๆ ไฟริบหรี่มันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างในที่นั้น นายก้านเหมือนสะกิดใจมองดูภาพนั้นอย่างใช้ความคิด ในครู่นั้นเองเขาคงได้ความคิดขึ้นมาแล้วตบขาตนเองฉาดใหญ่แล้วร้องไห้ขึ้นมาเฉยๆ และพูดทั้งร้องไห้ "กูไม่ตายแล้วมึงเอ๋ย มึงเป็นเพื่อนแท้ของกูที่ไม่ทิ้งกู กูได้ทางจะตอบแทนมึงแล้ว กูไม่ต้องเข้าป่า" ผมมองเขาอย่างตื้นตันและอดจะน้ำตาไหลไปด้วยไม่ได้ "เพื่อนเอ๋ย ข้าขอเวลาสองวันจะสร้างเรื่องใหม่ให้เอ็งตรวจรับรองว่าเอ็งจะต้องชอบใจ"

หลังจากนั้นจึงเกิดนวนิยายเรื่อง "แผลเก่า" เป็นเรื่องราวชีวิตลูกทุ่งที่แหวกแนวไปจากเดิม พร้อมกับตั้งนามปากกาใหม่ว่า "ไม้ เมืองเดิม" โดย "ไม้" ได้มาจาก "ก้าน" และ "เมืองเดิม"ได้มาจากนามสกุล "ณ อยุธยา" เมื่อ เหม เวชกร ได้ตรวจดูแล้วยังไม่กล้าตัดสินใจพิมพ์ทันที เพราะเกรงจะได้รับปฏิกิริยาตอบโต้ดังที่เคยประสบมาแล้ว ภายหลังเกิดขาดแคลนเรื่องที่จะลงพิมพ์ในหนังสือ "คณะเหม" จึงลองเสี่ยงพิมพ์จำหน่ายครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ ปรากฏว่าผู้อ่านให้ความสนใจอย่างแพร่หลาย ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา จึงมีกำลังใจเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายในนามปากกา "ไม้ เมืองเดิม" ออกมาอีกเป็นจำนวนมาก สามารถนำเรื่องราวชีวิตของคนชนบท มาเสนอด้วยภาษาและสำนวนแบบนักเลงบ้านนอกได้อย่างเข้มข้น และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม "ลูกทุ่ง" ได้อย่างยอดเยี่ยม หลายเรื่องเป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์โดยเฉพาะ "ขุนศึก" นับเป็นผลงานชิ้นเอกและมีขนาดยาวมากที่สุดในยุคนั้น รวมระยะเวลาทำงานประพันธ์จริงจังราว ๖-๗ ปี มีผลงานทั้งสิ้นประมาณ ๔๐ เรื่อง

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ เหตุการณ์ผันผวนของชีวิตทำให้ ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา ต้องเร่ร่อนขึ้นไปทำงานประจำกองทางที่เชียงใหม่ พร้อมกับสร้างงานประพันธ์ไปด้วย แต่เนื่องจากดื่มสุราหนักจนเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ถ่ายอุจจาระออกมาเป็นโลหิต มือสั่นจนเขียนหนังสือไม่ได้ ต้องใช้ด้ายดิบพันมือให้แน่นเสียก่อนที่จะเขียนหนังสือ โดยขณะนั้นเขียนเรื่อง "ขุนศึก" ส่งให้สำนักพิมพ์ "เพลินจิตต์" ที่กรุงเทพฯ จนในที่สุดโรคพิษสุราเรื้อรังกำเริบหนัก และถึงแก่กรรมในบ้านห้องแถวแคบๆ เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ ขณะที่มีอายุเพียง ๓๗ ปี เท่านั้น และได้มีพิธี ฌาปนกิจศพ ณ เมรุวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๕ แต่ผลงานและชื่อเสียงของ "ไม้ เมืองเดิม" โด่งดังเรื่อยมาจนปัจจุบัน

นามปากกา
กฤษณะ พึ่งบุญ, ไม้ เมืองเดิม

ผลงาน
นวนิยาย : แผลเก่า แสนแสบ หมื่นซ่อง ล้างบาง หงสาพ่าย เกวียนหัก สำเภาล่ม
เสือบาง บางระจัน สาวชะโงก บึงขุนสร้าง คุ้งเผาถ่าน แม่หม้าย ข้าเก่า สินในน้ำ สองศึก
เสือทุ่ง นางถ้ำ รอยไพร โป๊ะล่ม นางห้าม บ้านนอกเข้ากรุง ข้าหลวงเดิม อ้ายขุนทอง ศึกกระทุ่มลาย หนามยอกเอาหนามบ่ง เรือเพลง-เรือเร่ กระท่อมปลายนา ทหารเอกพระบัณฑูร ขุนศึก ฯลฯ

* จากหนังสือ ๑๐๐ นักประพันธ์ไทย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://sangsatth.exteen.com/20110409/entry